ตั้งแต่มีระบบอินเทอร์เน็ตทรงประสิทธิภาพผ่านระบบโทรศัพท์มือถือหรือ คอมพิวเตอร์แบบพกพา.ผมเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในโลก ในทางสังคมเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแล้วคนประทับใจ จะเกิดการส่งต่อด้วยวิธีการต่างๆผ่านระบบสื่อที่เป็นธุรกิจและสื่อสังคม ทันที ราวกับสายฟ้าแลบ ผลคือกลายเป็นTalk of the town หรือเรื่องคนพูดถึงและวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบต่อไปเป็นทอดๆ


บาง เรื่องทำให้คนดังในชั่วข้ามคืน อย่างกรณีของนักร้องเกาหลีเต้นแบบกังนัมสไตล์จนคนทั่วโลกคลั่งไคล้ ในทางตรงกันข้ามอาจทำให้ธุรกิจหรือคนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้เช่นกัน


ใน ทางการเมืองเหตุการณ์อาหรับสปริง และการชุมนุมอีกหลายอย่างเช่น Occupy Wall Street ที่คนประท้วงความโลภและความเลวร้าย ของระบบตลาดทุนสหรัฐ เป็นผลจากระบบของสื่อสังคมแบบสายฟ้าแลบทำให้คนออกมารวมตัวกันต่อต้านสิ่งที่ พวกเขาคิดเหมือนกันและคิดรุนแรงกับเรื่องดังกล่าว


โดยคนเหล่านี้ อาจมีจิตวิทยาหรือความเชื่อของตนที่มีมานาน หรืออาจเป็นคนที่ได้รับข้อมูลที่ถูกส่งมาจากคนมีความคิดและความเชื่อนั้นต่อ เนื่อง ทำให้เขาคล้อยตามเข้าร่วมชุมนุมด้วย ผลคือม็อบเกิดเร็วและแรงกว่าเคยเป็นมาในอดีตที่คนไม่สามารถส่งต่อหรือติดต่อ ความคิดและการนัดหมายกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ในทางเศรษฐกิจและ การเงิน ผลกระทบจากข้อมูลสายฟ้าแลบ ส่งผลให้ระบบการเงินที่เป็นตัวแทนของเศรษฐกิจจริง เกิดการปั่นป่วนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มติการประชุมของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ ถูกส่งต่อทันทีไปทั่วโลก คนมีอำนาจตัดสินใจทางเศรษฐกิจการลงทุนแทบทุกประเทศต่างReact หรือตอบสนอง โดยปรับกลยุทธ์ด้านอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และนโยบายจัดงบประมาณของประเทศ ผลคือบางครั้งตลาดเกิดความปั่นป่วน เนื่องจากการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน


เร็วๆ นี้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนรุนแรงขึ้นเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยบางวันดัชนีตกลงกว่า 40 จุดหรือประมาณ 3% ในช่วงเช้า แต่พอถึงตอนบ่ายดัชนีกลับปรับขึ้นประมาณเท่าเดิมได้ เช่นเดียวกันบางวันดัชนีเริ่มจากบวกมากมาย แต่แล้วกลับเป็นลบมากมายในเวลาอันสั้น ความผันผวนกว่า 5% ภายในวันเดียว


สำหรับ คนที่ซื้อขายระยะสั้นๆ การขาดทุนหรือกำไรต่อวันสูงลิ่วแทบไม่เคยปรากฏมาก่อน เหตุผลไม่ใช่เรื่องมาจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว สื่อสายฟ้าแลบ ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นในไทยเพียง 2-3 ปีนี้มีผลต่อนักลงทุนมหาศาล


นัก ลงทุนเกือบทุกคนในสังคมของคนมีเงินรุ่นใหม่ปัจจุบัน ต่างพกโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ตติดตัวตลอดเวลา สายตาพวกเขาถ้าไม่ได้ทำงานหรือดูอย่างอื่นอยู่จะอ่านข้อมูลข่าวสารที่มีคน ส่งเข้ามาเป็นระยะ เช่นเดียวกับบางครั้งเขาเป็นคนส่งข้อมูลที่คิดหรือได้รับมาอีกต่อหนึ่งออกไป สู่คนอื่นอีกมากมายได้ด้วยการกดแป้นพิมพ์เพียงครั้งเดียว ผลคือทุกคนซื้อขายหุ้นกันตามข่าวสารนั้น และทำให้หุ้นผันผวนรวดเร็วตามข่าว


คน เป็นVI ควรจะต้องเข้าใจว่าปรากฏการณ์ของ สื่อสายฟ้าแลบ และข่าวหรือข้อมูลต่างๆที่ถูกส่งออกไป อาจมีทั้งเรื่องจริงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง หรือเป็นเรื่องไม่จริงไม่ถูกต้องที่คนเข้าใจผิด หรือเป็นเรื่องที่ไม่จริงไม่ถูกต้องและคนที่ส่งออกไปรู้แต่ต้องการให้มีผล ต่อราคาหุ้นที่ตนถืออยู่หรือต้องการซื้อหรือขาย


ความสามารถแยก แยะหรือรับรู้ข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งของการลงทุน ในภาวะปัจจุบันผมคิดว่าการหาข้อมูลนั้นง่ายมาก เราแทบไม่มีต้นทุนอะไรเลย โดยเฉพาะหลังจากกำเนิดกูเกิ้ล แต่การจะเลือกรับเฉพาะข้อมูลถูกต้องเป็นเรื่องยากมาก บางทีอาจยากกว่าสมัยก่อนที่การผลิตข้อมูลและส่งออกไปมีราคาแพงมาก เนื่องจากสื่อที่เป็นมหาชนนั้นมีจำกัด


ดังนั้นข้อมูลไม่มีคุณภาพ หรือไม่ถูกต้องจึงไม่สามารถผลิตส่งออกมาได้ง่าย แต่ปัจจุบันทุกคนสามารถส่งข้อมูลให้คนเป็นร้อยเป็นพันได้ และไม่มีใครมากรองหรือกีดกันข้อมูลเลย ดังนั้นข้อมูลท่วมท้นในตลาดหุ้น และการลงทุนปัจจุบันอาจถูกต้องมีคุณค่าใช้เวลาอ่านเพียง 1 ใน 10 หรือน้อยกว่านั้น และถ้าอ่านไปเรื่อยโดยไม่แยกแยะก็ไม่ได้อะไร ที่ยิ่งแย่คืออาจรับในสิ่งที่ผิดหรือถูกล้างสมอง ให้เชื่อในสิ่งที่ผิด ซึ่งจะทำให้แนวทางการลงทุนของเราไม่ประสบความสำเร็จ


ถ้าจะลองมาดูว่าแต่ละวันเรารับอะไรมาบ้าง และมีปฏิกิริยาอย่างไรก็จะช่วยให้สามารถปรับปรุงตัวเองให้เป็น VI ที่ดีขึ้นได้


สิ่ง แรกคือข่าวต่างๆที่มักเป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีความเห็นประกอบ ส่วนมากเป็นเรื่องตัวเลข เช่น ดัชนีหุ้น ตัวเลขกลุ่มผู้ซื้อขายหุ้นแต่ละกลุ่ม สิ่งต่างๆเหล่านี้มักไม่เป็นปัญหา แต่เหตุผลต่างๆที่มักอธิบายประกอบนั้น ต้องระวังว่าอาจไม่จริงแต่เป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ อาจจะฟังแบบผ่านๆ เนื่องจากอาจไม่มีประโยชน์อะไรนัก เพราะความเห็นหรือแม้แต่ความจริงที่ผ่านไปแล้ว มักไม่มีผลอะไรกับราคาหุ้นในอนาคต


ข้อมูลต่อมาที่มีมากมายไม่แพ้ กันทุกวันคือ การเชียร์หุ้นทั้งซื้อหรือขายของนักวิเคราะห์และนักลงทุน ที่อาจจะเป็นเพื่อนกับเราหรือที่เราได้รับผ่านเพื่อน ว่าที่จริง เดี๋ยวนี้จะเป็นใครไม่มีความหมายอะไร เพราะผ่านมาถึงเราได้ตลอด ประเด็นคือการแนะนำหุ้น แทบจะทุกรายการนั้น ผู้แนะนำนั้นต่างมีผลประโยชน์ส่วนตัวทั้งสิ้น


บางทีอาจขัดแย้ง กับคนที่เขาอยากให้ได้รับข่าวสาร เช่น แนะนำให้ซื้อในราคาสูงเพื่อเขาจะได้ขาย หรือถึงบางคนไม่ต้องการขาย แต่เขาอยากให้หุ้นแนะนำขึ้นอยู่ดีถ้าซื้อครบแล้ว บางคนเช่นนักวิเคราะห์นั้น พวกเขาอาจไม่ได้มีหุ้น หรือต้องการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นโดยตรง แต่พวกเขาต้องการให้คนซื้อขายหุ้นบ่อยขึ้น เพื่อบริษัทเขาจะได้ค่าคอมมิสชั่นหรือได้ธุรกิจอื่นเพิ่ม ผลประโยชน์ของเขาคือเงินเดือนโบนัสและชื่อเสียง ในการที่แนะนำถูกต้องในระยะสั้น


ข้อมูลมีมากอีกอย่างคือข่าวลือ นี่เป็นข่าวหรือข้อมูลที่ ขายได้ ในแง่ทำให้คนเข้ามาอ่านหรือมารับ เนื่องจากคนชอบฟังเรื่องปิดลับ หรือยังไม่ปรากฏต่อสื่อที่เป็นทางการ แต่เป็นเรื่องน่าสนใจมีผลกระทบต่อราคาหุ้น ตัวอย่างมีมากมายรวมถึงเรื่องเช่นการเทคโอเวอร์ การแจกหุ้นเพิ่มทุนหรือวอร์แรนท์ และเรื่องอื่นๆอีกสารพัด เช่น หุ้นตัวนั้นหรือตัวนี้มี เซียน กำลังเก็บหรือขาย นี่เป็นเรื่องของข้อมูลที่ฟังได้แต่จริงๆแล้วคิดว่ามีประโยชน์น้อยมาก ข้อแรกคือมันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่จริงโดยเฉพาะ ถ้าไม่มีสัญญาณอย่างอื่นประกอบ ข้อสองถ้าจริงแต่ตอนที่มาถึงเราคนอีกจำนวนมากอยู่ในระบบสื่อสายฟ้าแลบรู้กัน หมดแล้ว ซึ่งทำให้ไม่มีประโยชน์ในแง่การลงทุน


ทั้งหมดคือเสี้ยว เดียวของปรากฏการณ์ใหม่ของโลก และประเทศไทยที่เราจะต้องเรียนรู้และรับกับมัน เราหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ไม่จำเป็นจะต้องทำตามคนส่วนใหญ่ ผมเองพยายามจะไม่เปิดรับข้อมูลมากเกินไป ต้องกรองเอาเฉพาะข้อมูลเป็นประโยชน์ ต้องเป็นคนเลือกและแสวงหาข้อมูลที่จะรับ มิฉะนั้นอาจกลายเป็น เหยื่อของคนที่มีเป้าหมาย ที่จะทำให้เชื่อในข้อมูลของเขา

 

 บทความนี้ลงในกรุงเทพธุรกิจออนไลน์เมื่อ 25 มิถุนายน 2556 

Comment

Comment:

Tweet